Plaque and Tartar

แปรงสีฟันไฟฟ้าช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ได้ดีกว่าแปรงสีฟันธรรมดา

Share

การดูแลสุขภาพช่องปากให้เป็นกิจวัตร เป็นหนึ่งในพื้นฐานที่คุณทำเองทำได้ เพื่อป้องกันคราบจุลินทรีย์ไม่ให้ก่อตัว การใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B® พร้อมกับยาสีฟัน Oral-B Gum and Enamel™ และน้ำยาบ้วนปากสูตรขจัดแบคทีเรีย และพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจฟัน คือหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพ และขจัดคราบจุลินทรีย์ให้หมดไป

แปรงสีฟันธรรมดาดีพอหรือไม่

แปรงสีฟันธรรมดาก็เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน แต่วีธีการใช้แปรงสีฟันธรรมดาทำความสะอาดบริวณซอกฟัน รอบๆฟันซี่ในสุด หรือบริเวณที่เข้าถึงยากอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งการทำความสะอาดไม่เพียงพอนี้อาจจะทำให้คราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคค่อยๆ สะสมเมื่อเวลาผ่านไป และจะนำไปสู่ปัญหาฟันผุหรือปัญหาช่องปากอื่นๆ

แปรงสีฟันไฟฟ้าดีกว่าแปรงสีฟันธรรมดาอย่างไร

  • หัวแปรงกลมที่ถูกออกแบบมากจากเครื่องมือทันตแพทย์: หัวแปรงกลมเข้ากันได้กับฟันแต่ละซี่เพื่อทำความสะอาดระหว่างซอกฟันอย่างล้ำลึก

  • เทคโนโลยีที่เหนือชั้น: แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B มีระบบขจัดคราบจุลินทรีย์ให้หลุดจากผิวฟัน จากนั้นจึงสั่นและหมุนเพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์ออกไป ในความเป็นจริง แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B Electric มีการขยับขนแปรงสูงถึง 48,800 ครั้งต่อนาที ในขณะที่แปรงสีฟันธรรมดาทั่วไปมีการขยับขนแปรงเพียง 300 ถึง 600 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น เทคโนโลยีที่เหนือกว่านี้ ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกทันตกรรมของแปรงสีฟันไฟฟ้าว่าสามารถขจัดคราบจุลินทรีย์ได้มากกว่าแปรงสีฟันธรรมดาทั่วไป 100%

  • นาฬิกาจับเวลาสองนาที: แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B มีนาฬิกาจับเวลาในตัวที่จะคอยเตือนคุณเมื่อแปรงฟันครบสองนาทีตามที่ทันตแพทย์แนะนำ ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจว่าได้ทำความสะอาดทุกบริเวณของช่องปาก

  • โหมดการทำความสะอาด: แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B มีโหมดการทำความสะอาดหลายโหมดที่แตกต่างกันไป เพื่อคุณจะสามารถตั้งค่าการแปรงให้ได้เป้าหมายตามที่ต้องการ คุณสามารถลองเลือกโหมดการแปรงฟันรูปแบบต่างๆเพื่อให้เหมาะกับคุณมากที่สุด

เรียนรู้เหตุผลสองสามข้อว่าการเปลี่ยนไปใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าจะช่วยดูแลสุขภาพปากของคุณได้อย่างไร